... คนเรา .. ก็มีปัญหาแตกต่างกันไป ...
เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นมนุษย์ .. อย่างไรเสีย ก็มีความเป็น"ตัวเอง"อยู่ทุกคน
หมายถึงว่า ... ไม่มีใครจะรู้จักเราดีเท่าตัวเรา
เพื่อนคนหนึ่งเคยบอกถ้อยคำที่เอามาจากการ์ตูนให้ฟังว่า
"คนที่ไม่ใช่เราก็คือคนอื่น ... ต่อให้เป็นญาติพ่อแม่พี่น้อง .. ก็คือ คนอื่น "
...ข้อความนี้มันจริงนะ...
ไม่ว่าจะเป็นคนที่เปิดเผยมากแค่ไหน สนิทกับใครมากแค่ไหน
เราคิดว่า 70เปอร์เซ็นต์ของเรื่องต่างๆเกี่ยวกับตัวเองนั้น มีเพียงตัวเองที่รู้ดีที่สุด
ตอนนี้ รู้สึกยังไง อยากทำอะไร คิดอะไรอยู่ ... มีแค่ตัวเองที่รู้ใช่ไหมล่ะ
ต่อให้เป็นคนที่รู้ใจกันมากแค่ไหน .. ก็ไม่รู้มากไปกว่าตัวเราเอง
เรื่องของปัญหาก็เหมือนกัน .. มันจะเล็กจะใหญ่ หรือกระทั่งจะเป็นปัญหารึเปล่า
นั่นก็อยู่ที่มุมมองของตัวเราเองเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับคนอื่น
... คนเราก็มีปัญหาของตัวเอง ...
เพราะไม่มีใครในโลกที่เหมือนกัน ปัญหาของทุกคนจึงไม่เหมือนกัน
เรื่องที่เป็นปัญหาใหญ่สำหรับคนนึง ..
อีกคนอาจจะเห็นปัญหาแบบเดียวกันเป็นเรื่องไม่น่าใส่ใจก็ได้
ไม่มีใครมองได้ทะลุปรุโปร่งหรอก ว่าคนที่ไม่ใช่ตัวเรา .. ใครกันที่มีปัญหาหรือไม่มี
ถ้าถามว่า "คนเราสร้างเปลือกให้ตัวเองอย่างนี้ทุกคนหรือเปล่า"
ตอนนี้ คำตอบที่ได้คือ "ใช่"
ไม่มีใครหรอก ที่จะแสดงทุกสิ่งที่ตนคิด ตนรู้สึก ออกไปให้ทุกคนได้รับรู้เหมือนกันหมด
เร็ว ๆ นี้ .. หรือเรียกได้ว่า ตลอดเวลาเกือบสามปีมานี้..
เราได้มีโอกาสรับรู้ปัญหาของคนสี่คน .. ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากสภาวะคล้ายคลึงกัน
แต่ปัญหามีลักษณะต่างกัน .. ผลลัพธ์ก็ต่างกัน .. คนทั้งสี่ ก็ต่างกัน
และที่น่าประหลาดใจ .. คือปัญหาที่ดูคล้ายคลึงกันนี้ สำแดงผลทีละเรื่อง
ปัญหาของคนที่หนึ่ง .. ซึ่งสำแดงผลเร็วที่สุด ผลที่เกิดนี้เป็นสภาวะทางจิต
ไม่ถึงกับป่วยทางจิต แต่เป็นสภาวะประสาทหลอนที่ควบคุมได้
คนที่หนึ่ง ผ่านสภาวะประสาทหลอนนี้มาได้ โดยอาศัยการถูกทรมานซ้ำ ๆ
กระทั่งเมื่อผ่านพ้นปี ร่างกายและจิตก็ชินกับการถูกทรมาน
ชิน..กระทั่งสภาวะทางประสาทหายไป .. กลายเป็นสภาวะชาด้าน
และสภาวะชาด้านนี้เองที่ทำให้คนคนนี้คลายจากปัญหาได้
กลายเป็นมนุษย์ปกติของสังคมได้ในที่สุด
ปัญหาของคนที่สอง ... ค่อนข้างรุนแรง จนสำแดงผลเป็นอาการป่วย
ผลนี้ก็กระทบรุนแรง .. เพราะกระทบถึงผู้อื่นรอบกาย ให้ได้รับรู้ช่วยเหลือด้วย
แต่อาการป่วยนี้กลับมีผลดีทำให้สามารถเปลี่ยนสภาพแวดล้อมได้
และเมื่อเปลี่ยนสภาพแวดล้อมได้ อาการป่วยดีขึ้น และกลับคลายจากปัญหาได้ในที่สุด
แม้จะต้องใช้เวลาพอสมควร แต่มันก็ค่อนข้างดี
ปัญหาของคนที่สาม ... สำแดงผลเป็นความทรมานของร่างกาย
แม้เวลาจะผ่านไปนานพอควร ... แต่ความทรมานไม่ได้ลดลง
กระนั้น .. คนคนนี้ก็เรียนรู้ที่จะอดทนอยู่กับความทรมาน
แม้ผลที่สำแดงออกมา จะไม่ได้ทำให้คนคนนี้คลายจากปัญหาได้
แต่มันก็ทำให้เขาสามารถอยู่ร่วมกับปัญหาได้อย่างสงบจนถึงทุกวันนี้
ปัญหาของคนที่สี่ .. คนสุดท้ายนี้ ทำเหมือนไม่มีปัญหามาตลอดเกือบสามปี
แต่จริง ๆ แล้ว เขาเก็บซ่อนปัญหาเอาไว้อย่างมิดชิด ไม่มีใครรู้นอกจากตัวเอง
กระทั่งวันหนึ่ง .. ที่ทนกับปัญหานี้ไม่ได้
ผลก็สำแดงออกมาเป็นระเบิด ตูม ... ด้วยการกระทำที่ทุกคนอึ้ง และไม่เข้าใจ
ด้วยการหลบลี้หนีหน้า ... หลบปัญหา หลบคน หลบทุกสิ่งทุกอย่าง
หายไปโดยที่ไม่มีสัญญาณเตือน
โชคยังดี ... ที่ไม่ได้หนีปัญหาด้วยการหลบไป"ตลอดกาล"
แม้จะเห็นปัญหาของทั้งสามคนข้างต้นมาแล้ว แต่กลับไม่เรียนรู้ที่จะแก้
ไม่เรียนรู้การคลายจากปัญหาอย่างสร้างสรรค์
และไม่แม้แต่จะทนทรมานอยู่กับปัญหาอย่างสงบ
ผล ... จึงสำแดงออกมารุนแรงถึงขั้นนี้ ...
บัดนี้ ... ปัญหาของคนที่สี่ยังไม่คลี่คลาย
สามคนข้างต้น ก็พยายามเจาะเข้าไปหาสภาวะปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้น
ค้นหาปัญหาที่คนทั้งสามไม่เคยรู้เลยว่าเกิดขึ้นกับคนที่สี่
พยายามใช้ปัญหาที่ตนเคยประสบมาทำความเข้าใจกับปัญหาของคนที่สี่
แต่ก็เพราะคิดว่าคนที่สี่น่าจะรับรู้ปัญหาของสามคนแรกมาแล้วนี่เอง
ทำให้คนทั้งสาม .. ไม่เข้าใจคนที่สี่เลยจริงๆ